"กันตา ดานาว" เล่าชีวิตจากนางเอกดัง ยอมสละเงินล้าน ไปเป็นพนักงานออฟฟิศรับเงินเดือน

คอมเมนต์:

"เคยมีน้องมาบอกว่า พวกหนูถูกสั่งว่า ใครไปกินข้าวกับพี่จะถูกหมายเตือน พี่เลยรู้ว่าเล่นกันขนาดนี้เลยเหรอ แต่ก็ไม่เป็นไร ต้องอยู่ให้ได้ เขาไม่อยากให้เราอยู่ใช่ไหม เราก็ต้องอยู่" วิกกี้ กันตา ดานาว

หมายเหตุ : สามารถรับชมคลิปเต็มได้ที่ด้านล่างบทความค่ะ

        เป็นอีกหนึ่งนางเอกที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังมากในอดีตแต่กลับห่างหายจากวงการบันเทิงออกไปกว่า 10 ปีเพราะตั้งท้อง จนมีคนเม้าท์ว่าเธอท้องก่อนแต่ง สำหรับนางเอกสาวสุดแซ่บอย่าง วิกกี้ กันตา ดานาว

        โดยที่ก่อนหน้านี้ วิกกี้ กันตา ดานาว ออกมาเปิดใจในรายการ คุยแซ่บ Show พร้อมเผยสาเหตุจริง ๆ ที่ออกจากวงการคือออกไปเลี้ยงลูกหรืออะไร อีกทั้งดาราสาวคนนี้ยังเจอจุดเปลี่ยนในชีวิตมากมายจนกลายเป็นพนักงานออฟฟิศที่โดนกลั่นแกล้งสารพัด

 

Sponsored Ad

 

        โดยคุณวิกกี้ได้เล่าย้อนกลับไปก่อนที่จะได้เจอกับสามี โดยทั้งคู่เจอกันได้เพราะคุณวิกกี้ไปออกงาน แล้วกลุ่มเพื่อนที่คุณวิกกี้ออกงานกับกลุ่มเพื่อนทางคุณสามีเขาเจอกัน เมื่อก่อนสามีเป็นเจ้าของเธค แล้วคุณวิกกี้ไปโชว์ตัว ก็เลยได้เจอกัน 

 

Sponsored Ad

 

        โดยคุณวิกกี้เผยว่า ตอนเจอครั้งแรกก็ยังไม่ได้ปิ๊งอะไร เพราะด้วยความที่งานเยอะ ต้องบอกว่าเมื่อก่อนนักแสดงไม่เยอะเหมือนสมัยนี้เพราะฉะนั้นงานละครทุกวัน 7 วัน ถ่ายละคร 3-4 เรื่อง ทั้งคิวกลางวัน กลางคืน มันไม่มีเวลาจริง ๆ โอกาสที่จะมาเจอคนข้างนอกค่อนข้างยาก นอกจากไปงาน

        ซึ่งสมัยก่อนโซเชียลยังไม่เร็วเหมือนทุกวันนี้ และดาราสมัยก่อยมีแฟนหรือทำอะไรก็ต้องเก็บเงียบ ๆ แต่ตัวคุณวิกกี้กลับเปิดตัวแฟนเลย รวมถึงท้องก็ประกาศด้วย โดยคุณวิกกี้ก็ได้ให้เหตุผลว่า 

 

Sponsored Ad

 

        ด้วยความที่มีนิสัยเป็นฝรั่ง จะเป็นคนตรง ๆ ไม่ต้องรอให้มาแอบว่าทำไมช่วงนี้ดูอวบขึ้น เอ๊ะ ท้องหรือเปล่าแล้วก็มีข่าว ก็บอกว่ามีแฟนแล้วนะเป็นคนนี้ พอท้องก็ท้องแล้วนะ คือประกาศเลยยังไม่ทันได้มีใครมาตื่นเต้นหรือแอบสืบข่าวเลย

 

Sponsored Ad

 

        แต่ถึงแม้จะเป็นคนที่ไม่เคยปิดอะไร แต่ก็ไม่วายโดนเมาท์ว่าท้องก่อนแต่ง เพราะคุณวิกกี้ตั้งท้องตอนอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น ซึ่งคุณวิกกี้ก็ได้ยืนยันว่า แต่งก่อนท้องแน่นอน "ตอนนั้นยังถ่ายละครอยู่ ท้องสองคน ปี 36 กับ 37 พอเราเป็นคุณแม่ใหม่ ๆ จะเซนซิทีฟมากเจอเรื่องราวของลูกคนอื่นรับไม่ได้ร้องไห้เหมือนจะซึมมันจะเป็นภาวะของคนมีลูกใหม่ ๆ แล้วสมัยก่อนข่าวเยอะมากพยาบาลดูแลลูก ทิ้งลูก มัดลูก ทำลูกตก มีข่าวให้เราเห็นคือทำใจไม่ได้ปรึกษากับสามีว่าขอเฟดตัวเองอยากมาทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่ เราก็ไม่ไว้ใจ" คุณวิกกี้เล่า

 

Sponsored Ad

 

        เมื่อถูกถามว่าแล้วตอนนั้นเป็นนางเอกชื่อเสียงกำลังมา ไม่ได้แคร์เรื่องของดราม่าหรือว่างานจะหด สาววิกกี้ก็ได้ตอบคำถามนี้ว่า "ไม่ค่ะ เพราะอย่างที่กล่าวไว้ว่านักแสดงน้อยงานเยอะมาก คือตอนนั้นความคิดของเราคืองานมันเยอะมาก ๆ จริง ๆ ไม่ได้คิดว่าจะมีเอฟเฟกต์อะไรมากระทบ"

 

Sponsored Ad

 

        เมื่อคุณวิกกี้ถูกถามว่า ไม่เสียดายงานในวงการเหรอตอนนั้นกำลังรุ่งเลย คุณวิกกี้ก็ได้บอกว่า "อาจจะเป็นเพราะเรารู้สึกว่าอายุค่อนข้างน้อยแล้วงานมันเยอะ แล้วอีกอย่างคือคุณสามีเลี้ยงเราได้"

        โดยคุณวิกกี้ก็ได้เผยชีวิตหลังออกจากวงการ ว่าอยู่บ้านเลี้ยงลูกมีความสุขมาก ไม่ค่อยเครียด และตัดสินใจถูกมาก เพราะเราจะได้เห็นพัฒนาการของลูกครั้งแรก เราได้เห็น เราได้เจอ ก้าวแรก มองแรก คว่ำแรก หงายแรก การเปลี่ยนแปลงของเขาครั้งแรกเราได้สัมผัสประสบการณ์ที่ถ้าเราฝากคนอื่นเลี้ยงเราจะไม่ได้ พอมันผ่านตรงนั้นมันเรียกกลับมาไม่ได้

Sponsored Ad

        เมื่อถูกถามว่าพอเลี้ยงลูกได้พักนึงไม่กลับมาทำงานในวงการบันเทิงไปทำงานออฟฟิศเพราะอะไร คุณวิกกี้ก็ได้ให้เหตุผลว่า "ที่ยังไม่กลับมาเพราะตอนแรกกะเลี้ยงลูกแป๊ปเดียว พอลูกเข้าโรงเรียนเดี๋ยวกลับมา ประมาณ ม.2-ม.3 ตอนแรกนึกว่าลูกติดเรา เปล่าหรอกเราติดลูก มีช่วงนึงมีผู้ใหญ่ที่สนิทกับสามีเขารู้สึกว่าลูกโตแล้ว แล้วเขาก็ทราบว่าเมื่อก่อนเราทำงานอะไร ไม่ควรอยู่เฉย ๆ ต้องทำงานเขาก็เป็นจุดเปลี่ยนเขาก็แนะนำติดต่อประสานทุกอย่างว่าจะต้องมาทำงานที่นี่"

        เมื่อถามว่าเป็นงานอะไร เห็นว่าทำงานแรก ๆ เครียดร้องไห้เลย คุณวิกกี้ก็ได้บอกว่า "เป็นงานบริการ ปัจจุบันทำงานอยู่ที่บริษัทคิง พาวเวอร์ ดูแลแผนกต้อนรับเรื่องการบริการ"


        "คือไม่เกี่ยวกับองค์กรนะอาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่วงการบันเทิงมา วงการบันเทิงสอนให้เรามีวินัยตรงต่อเวลาซึ่งเราซึมซับตรงนั้นมาแต่การที่เราจะต้องอยู่ในกรอบวิ่งไปตอกบัตรที่ทำงานมันเป็นอะไรที่เครียด คือมันไม่ชินเพราะทั้งชีวิตไม่เคยเจออะไรแบบนั้นแล้วเราต้องมาอยู่ในกรอบกฎ กติกาของเค้า ซึ่งการปรับตัวก็ต้องเอาชนะมันให้ได้ แต่ว่าค่อนข้างกดดันมันไม่ใช่กดดันเพราะว่าแค่เหตุผลนี้ มันกดดันเพราะว่าคนด้วย" คุณวิกกี้เล่า

        จากนั้นพิธีกรก็ได้ถามต่ออีกว่า ข่าวว่าพอทำงานที่นี่ใหม่ ๆ โดนดราม่าเลย คุณวิกกี้ก็ได้เผยว่า "เท่าที่คนอื่นเล่าให้เราฟังด้วยความที่เราเป็นนักแสดงเข้ามาเหมือนเขาต่อต้านก่อนเลยมาเรามาจะต้องเรื่องเยอะเป็นดารามาต้องเรื่องมากที่สำคัญเรามาในฐานะหัวหน้ามันอาจจะกระทบหลาย ๆ ฝ่ายที่เขาอาจจะมีความก้าวหน้าของเขาก็เลยโดนกลั่นแกล้งค่อนข้างเยอะอยู่"

        "เคยมีคำสั่ง เคยชวนน้อง ๆ ไปทานข้าว น้องเขาก็บอกว่าขอบอกตรง ๆ พวกหนูถูกสั่งว่าใครไปทานข้าวกับพี่วิกกี้จะถูกหมายเตือน พี่เลยรู้ว่าเล่นกันขนาดนี้เลยหรอ แต่ก็ไม่เป็นไร ต้องอยู่ให้ได้ เขาไม่อยากให้เราไม่อยู่ใช่มั้ย เราก็ต้องอยู่" คุณวิกกี้เล่า

        เมื่อถูกถามว่าต้องกินคนเดียวนานกี่เดือน คุณวิกกี้ก็ได้เผยว่า ต้องกินข้าวคนเดียวอยู่หลายเดือนเลย ประมาณ 4-5 เดือน ทางพิธีกรก็ได้ถามต่ออีกว่าแล้วเกิดอะไรขึ้นถึงได้มีคนมากินข้าวด้วย คุณวิกกี้ก็ได้บอกว่า เจอคนที่แกร่งไง แบบฉันไม่แคร์ ก็มากินข้าวด้วย คนที่สั่งเขาโดนออกไปก่อน

        โดยนอกจากไม่ให้กินข้าวด้วยแล้ว โทรศัพท์ก็ไม่ให้พกมา คุณวิกกี้ก็ได้เผยว่า "สมมติคุณเป็นหัวหน้างานยิ่งกว่า Supervisor อีก Supervisor ก็ต้องมีการประสานกันทางโทรศัพท์ แต่คุณเป็นหัวหน้าที่พกมือถือไม่ได้แต่ลูกน้องพกได้คุณรู้สึกยังไง เสียหน้าด้วย แต่ก็ไม่ถึงเดือน จริง ๆ สถานการณ์มันไม่ใช่แต่เหมือนคำพูดเขาอ่ะ เราเป็นคนใหม่เข้าไปต้องปรับสภาพไม่รู้ว่าแบบนี้อยู่ยังไง แต่บางทีคำพูดของเค้ามันกดดันในความคิดเรา"

        เมื่อถูกถามว่าก่อนเขาออกเขาได้บอกมั้ยว่ามันอะไรนักหนาที่ทำให้เขาต้องทำกับเราขนาดนี้ คุณวิกกี้ก็ได้บอกว่า "ไม่ได้คุยกับเขาโดยตรง เท่าที่ทราบจากมือซ้ายมือขวา เขาก็มีเป้าหมายที่จะปั้นใครขึ้นมาก็คือเราเป็นตัวน่าหมั่นไส้อ่ะอยู่ดี ๆ ก็เดิอนเข้ามาทำไม"

        แต่ถึงแม้จะเจอเหตุการณ์แบบนั้น คุณวิกกี้ก็มีกำลังใจที่ดีมาก ๆ จากครอบครัว "คือชีวิตเราจะอยู่ตรงไหนต้องทำความเคยชิน เหมือนเราอยู่ในโซนของเราต้องเปลี่ยนชีวิตตามสถานการณ์ไป เราเคยอยู่วงการบันเทิงอยู่ดี ๆ ก็ไปเป็นมนุษย์เงินเดือนเราก็ต้องเข้าใจเขา ซึ่งบางทีเราก็ต้องปรับตัว ที่บ้านก็จะเป็นคนให้กำลังใจ ไม่งั้นคงไม่อยู่ได้มาจนทุกวันนี้" คุณวิกกี้กล่าว ซึ่งทุกวันนี้คุณวิกกี้ทำงานอยู่ที่เดิมได้เป็นเวลา 14 ปีแล้ว

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิ๊ก !!!! <<<

ที่มา : รายการ คุยแซ่บ Show, Instagram vicky_kantadanao

บทความที่คุณอาจสนใจ