ชาวบ้านไม่ปลื้ม "รูปปั้นเทพเจ้ากวนอู" หลังรัฐสร้างละเมิดกฎเมือง แถมใช้งบเกือบ 900 ล้าน โดยใช่เหตุ

คอมเมนต์:

สร้างเสร็จแล้วรื้อออก แบบนี้ก็ได้เหรอ..

    กลายเป็นอีกข่าวดังไปทั่วโลกออนไลน์ หลังจีนสั่งรื้อรูปปั้นเทพเจ้ากวนอูองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีมูลค่าเกือบ 900 ล้านบาท หลังเจอเสียงวิจารณ์จากชาวเมือง

    เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เว็บไซต์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานว่ารูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของ กวนอู เทพเจ้าแห่งสงคราม ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองจิงโจว มณฑลหูเป่ย์ ของจีน กำลังจะถูกรื้อถอน หลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์สนั่นของชาวเมือง

 

Sponsored Ad

 

    เนื่องจากหลายคนมองว่า เป็นการก่อสร้างที่ไร้สาระและสูญเงินโดยใช่เหตุ อีกทั้งยังละเมิดข้อบังคับในท้องถิ่น โดยตอนนี้คนงานเริ่มรื้อส่วนหัวของรูปปั้นแล้ว

 

Sponsored Ad

 

    สำหรับ รูปปั้นกวนอูองค์ดังกล่าวนี้ ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2559 โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างกว่า 170 ล้านหยวน หรือ 855 ล้านบาท โดยมีความสูงกว่า 58 เมตร ที่ตั้งตระหง่านไว้ด้านบนอาคารพิพิธภัณฑ์เนื้อที่ 8,000 ตารางเมตร

 

Sponsored Ad

 

    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว และตั้งใจจะทำให้รูปปั้นมีขนาดใหญ่ทำลายสถิติโลกจนได้รับการบันทึกในกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด จนกลายเป็นสิ่งรูปปั้นชื่อดังที่สร้างชื่อให้กับประเทศได้ด้วย

    อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างรูปปั้นดังกล่าว กลับถูกวิจารณ์อย่างหนักจากชาวเมืองมาโดยตลอด แถมยังมีการก่อสร้างในเขตที่มีกฎห้ามก่อสร้างอาคารสูงเกิน 24 เมตร แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกลับอนุญาตให้มีการก่อสร้างได้ 

 

Sponsored Ad

 

    จนเวลาผ่านไปจนถึงปี 2563 กระทรวงการเคหะและการพัฒนาเมือง-ชนบท ได้บอกว่า ในฐานะเมืองประวัติศาสตร์ รูปปั้นนี้ได้ทำลายลักษณะและวัฒนธรรมของจิงโจวไปเลย และมีการเรียกร้องให้รื้อถอนรูปปั้นออกไป

 

Sponsored Ad

 

    ด้านบริษัทที่สร้างรูปปั้นนี้ได้บอกว่า สาเหตุที่มีการก่อสร้างรูปปั้นกวนอูในจุดดังกล่าว ก็เพราะว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในจุดสู้รบครั้งสำคัญที่สุดของกวนอู ตามประวัติศาสตร์ในนสมัยสามก๊ก

    หลังจากการวิจารณ์ของชาวบ้านและหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้บริษัทลงทุนและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ซึ่งมีรัฐเป็นเจ้าของและเป็นผู้สร้างรูปปั้นนี้ ก็ยอมตกลงที่จะรื้อถอนรูปปั้นกวนอู เคลื่อนย้ายออกไปอยู่ที่ชานเมือง ซึ่งจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายอีก 155 ล้านหยวน หรือราว 780 ล้านบาท

ที่มา : South China Morning Post

บทความที่คุณอาจสนใจ