เผยชีวิตล่าสุด "ชลิต เฟื่องอารมย์" ปลีกตัวจากวงการบันเทิง สู่ชีวิตเจ้าของทุเรียนเมืองจัน

คอมเมนต์:

"จากวันนั้นจนวันนี้มีสวนกว่า 50 ไร่ เราก็เริ่มซื้อไปเรื่อยๆ ตรงไหนเขาเดือดร้อนมา เราก็ช่วยซื้อ เมื่อก่อนทุเรียนแค่ 30 บาท แต่ตอนนี้ราคาสูงขึ้นเพราะได้ส่งไปจีน"

    หายหน้าหายตาจากจอทีวีไปพักใหญ่ สำหรับ "ตุ่ม-ชลิต เฟื่องอารมย์" นักแสดงอาวุโส เปลี่ยนเส้นทางชีวิต หันไปเป็นเกษตรกรปลูกทุเรียน ขายดีมากจนคนมาเหมาทั้งสวน ล่าสุด เจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจถึงการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ พร้อมเปิดใจเรื่องงานในวงการบันเทิงหลังจากนี้

    เจ้าตัวได้เผยว่า “เริ่มเป็นชาวสวนตั้งแต่วัยรุ่น ตั้งแต่เริ่มเล่นละคร เริ่มเป็นนักแสดง ตอนนั้นซื้อที่ดินที่เมืองจันไว้ไร่ละ 30,000 บาท ไว้ 15 ไร่ เริ่มจากพื้นที่โล่งๆ ทำไปเรื่อยๆ ก็เริ่มปลูกทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง อะไรที่เป็นของขึ้นชื่อที่เมืองจันเราปลูกหมดเลย”

 

Sponsored Ad

 

    “จากวันนั้นจนวันนี้มีสวนกว่า 50 ไร่ เราก็เริ่มซื้อไปเรื่อยๆ ตรงไหนเขาเดือดร้อนมา เราก็ช่วยซื้อ เมื่อก่อนทุเรียนแค่ 30 บาท แต่ตอนนี้ราคาสูงขึ้นเพราะได้ส่งไปจีน”

 

Sponsored Ad

 

    “ใช้เงินหลักแสนในการทำสวน ต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำสวนแล้วก็คนงาน ถ้าพูดถึงตอนนั้นกับตอนนี้การลงทุนก็ใกล้เคียงกัน แต่ตอนนี้มากขึ้นกว่าทุเรียนเป็นโรคมากขึ้น”

    “ถ้าถามว่าการที่จะเป็นเศรษฐีร้อยล้าน เป็นเจ้าของสวนทุเรียนยากไหม เจ้าตัวได้บอกว่า อย่าทำเลยไม่แนะนำ เพราะถ้าคนงานขาดเราทำเอง ซึ่งคนงานเราก็ต้องจ่ายราคาแพง เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ถูกๆ เมื่อก่อนวันละ 100 เดี๋ยวนี้วันละ 300- 400 ทุกอย่างต้องลงทุนหมดแต่ทุกคนไม่รู้”

 

Sponsored Ad

 

    “ทุกวันนี้คนไทยมีโอกาสได้กินทุเรียนสวนเราไหมก็ไม่แน่ใจ เมื่อก่อนนี้อาจจะได้กิน เพราะทุเรียนเมืองจันมันเยอะมาก แต่เดี๋ยวนี้ล้งคนจีนมาเหมาทั้งสวนเลย ซึ่งเขาจะมีคนงานมาตัดและเขาก็จะคิดค่าตัดเรารวมอยู่ในราคาซื้อทุเรียน”

 

Sponsored Ad

 

    “สวนพวกนี้ถือว่าเป็นมรดกให้กับลูกได้มั้ย เจ้าตัวได้บอกว่า อยู่ที่ว่าเขาจะเอาหรือไม่เอา เพราะไม่รู้ดูไม่ออกว่าใครจะเอา อาจจะเป็นหลานก็ได้ที่อยากจะทำต่อ ก็ต้องรอดูต่อไป แต่คิดว่าลูกหลานคงไม่ทิ้งเพราะมันคงเป็นมรดก”

    เจ้าตัวยังเผยอีกว่า “งานในวงการก็ยังทำต่อไป เพราะมันคือชีวิตเราอย่างน้อยตอนนี้ก็ยังโชคดี ยังมีงานมาให้เราได้เล่นบ้าง แต่เราก็มาเจอในกองมองเห็นสภาพที่เราตอนเป็นหนุ่ม รวมไปถึงผู้จัดละครที่สนิทสนม”

 

Sponsored Ad

 

    “ได้ไปเจอนักแสดงรุ่นเดียวกันมันก็มีความสุขอีกอย่างนึง ได้เห็นการเป็นไปของเป็นเพื่อน อย่างน้อยวงการนี้มันมีอะไรซึ่งเรารักกันโดยไม่รู้ตัว เวลาไปทำงานมันจะรู้สึกภาพเก่าๆ มันปรากฏแล้วทำให้เรารู้สึกว่ามันมีเสน่ห์ มันมีความสุข”

ชมคลิป

>>> คลิปเปิดไม่ออก กดที่นี่ <<<

ที่มา : รายการโต๊ะหนูแหม่ม

บทความที่คุณอาจสนใจ