ดราม่านิสิตฝึกงาน ม.ดัง ถูกส่งตัวกลับ หลังพูดกับผู้บริหาร "มาทำเองสิ" เหตุใช้เกินหน้าที่

คอมเมนต์:

แบบนี้ใครถูกใครผิดกันแน่เนี่ย ??

    กลายเป็นเรื่องราวดราม่าเกิดขึ้นเมื่อนิสิตจากม.ดัง ได้ไปฝึกงานกับโรงแรมแห่งหนึ่ง ก่อนถูกส่งตัวกลับ เพราะก้าวร้าวใส่ผู้บริหาร อีกทั้งทั้งทางคณะยังไม่ช่วยทำให้อาจจบไม่ทันเพื่อน ทำชาวเน็ตถกกันสนั่น เสียงแตกเป็น 2 ฝั่ง

    เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพบันทึกข้อความ สำเนาหนังสือส่งตัวนิสิตกลับจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของโรงแรม ที่ได้ส่งหนังสือขอส่งตัวนิสิตกลับจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จำนวน 1 คน

 

Sponsored Ad

 

    โดยระบุว่า เนื่องจากนิสิตไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามระเบียบของสถานประกอบการ ในระหว่างการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และทางคณะก็ได้ลงความเห็นว่า นิสิตประพฤติตัวไม่เหมาะสม ก้าวร้าวกับผู้บริหารของโรงแรม ตามมติที่ประชุมมีความเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมะสมซึ่งขัดกับหน้าที่และความรับผิดชอบของนิสิตต่อสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพ

    และนอกจากนี้ นิสิตยังทำตัวขัดกับระเบียบของมหาวิทยาลัย เรื่องการปฏิบัติตัวเป็นสุภาพชน ไม่ประพฤติปฏิบัติตัวในเรื่องที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือมหาวิทยาลัย และทำให้นิสิตฝึกงานไม่ครบในปี 2564 และให้ไปฝึกงานใหม่ในภาคการศึกษาปลายปี 2565

 

Sponsored Ad

 

    ด้านนิสิตเจ้าของโพสต์ก็ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ตนได้ไปฝึกงานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แต่กลับถูกทางโรงแรมใช้งานเกินหน้าที่ ก่อนที่เจ้าตัวจะแจ้งกับผู้บริหารว่า "ให้มาทำเองสิ" ทำให้ทางโรงแรมส่งตัวกลับ

    นิสิตฝึกงานรายนี้จึงได้ไปติดต่อฝึกงานกับที่อื่น ระหว่างนั้นก็คุยกับอาจารย์ และอาจารย์บอกว่า เรื่องนี้ต้องใช้เวลา 3 สัปดาห์ในการพิจารณา แต่ปรากฏว่าเมื่อทางคณะพิจารณา กลับไม่ออกเอกสารให้ และมองว่านิสิตเป็นฝ่ายผิด ให้นิสิตไปฝึกงานใหม่ในปีหน้าและส่อแววจบไม่ทันเพื่อน

 

Sponsored Ad

 

    นิสิตฝึกงานยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมในโพสต์ว่า สิ่งที่ตนต้องการคือการช่วยเหลือจากทางคณะ เพราะตนได้ไปติดต่อกับสถานที่ฝึกงานใหม่แล้ว และสถานที่ฝึกงานใหม่ก็พร้อมรับ ก่อนยอมรับว่าตนทำผิดที่ไปพูดกับผู้บริหารโรงแรมแบบนั้น แต่ตนก็เคยพูดดี ๆ ไปแล้ว และทางคณะก็ไม่ช่วยทั้งที่ติดต่อไปตั้งแต่อาทิตย์แรก ๆ ก่อนจะตั้งคำถามว่า ทางคณะจะมีอาจารย์ไว้ทำไม และขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย เพราะเมื่อผลพิจารณาออกมาแบบนี้ คนที่เสียเวลาและเสียโอกาสก็คือตนเอง 

    หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตทันที หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม บ้างก็เข้ามาตำหนิและมองว่าสิ่งที่นิสิตรายนี้ทำเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เข้าไปฝึกงานกับทางโรงแรม แต่กลับพูดใส่ผู้บริหารให้มาทำเอง เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง แล้วยังหวังให้ทางมหาวิทยาลัยมาช่วย พร้อมกับบอกว่าหากไม่ผ่านก็รอปีหน้า เพราะการเรียนจบไม่ทันเพื่อนก็ไม่เห็นเป็นไร 

 

Sponsored Ad

 

    ในชีวิตการทำงานนั้นก็ไม่ได้ว่าจะต้องทำงานตามหน้าที่เพียงอย่างเดียว ก็มีทำงานเกินหน้าที่บ้างในบางครั้ง และถ้าหากนิสิตรายนี้ไม่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายเกินหน้าที่ได้จริง ก็มีอีกหลายวิธีที่สามารถใช้เพื่อแก้ปัญหาได้ ไม่ใช่การพูดใส่ผู้บริหารในลักษณะดังกล่าว

    อย่างไรก็ตามกลับมีชาวเน็ตบางส่วนเห็นใจนิสิตรายนี้ เพราะส่วนใหญ่นั้นนักศึกษาฝึกงานมักจะถูกใช้ให้ทำงานเกินกว่าที่ได้รับ ทั้งบางบริษัทก็มองว่านักศึกษาที่มาทำงานให้นั้น มาเผื่อหาประสบการณ์ จึงไม่ได้ให้เงินค่าจ้าง ทำให้นักศึกษาต้องออกค่าใช้จ่ายหลาย ๆ อย่างเอง พร้อมกับตั้งคำถามว่านี่เป็นธรรมกับนักศึกษาแล้วหรือ?

 

Sponsored Ad

 

ต่อมาโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่แชตที่เป็นปัญหา ซึ่งพบว่า ทางผู้จัดการ ได้ส่งข้อความมาบอกนิสิต ซึ่งแปลออกมาได้ดังนี้
           ผู้จัดการ : ผมอยากให้คุณกางร่มที่พัง แล้วถ่ายรูปส่งมาให้หน่อย
           นิสิตฝึกงาน : ผมเอาร่มไปเก็บในห้องเก็บของแล้ว ห้องก็เหม็นอับด้วย ผมว่าถ้าผู้จัดการอยากจะเห็นว่าร่มพังยังไง ก็เข้ามากางร่มเองแล้วถ่ายรูปเองสิ
           ผู้จัดการ : เดี๋ยวนะ คุณอยากให้ผมเข้าไปกางร่มเองเหรอ ?
           นิสิตฝึกงาน : ใช่
           ผู้จัดการ : นี่พูดเล่นหรือเปล่าครับ ทำไมคุณไม่ทำเองล่ะครับ นี่คืองานแผนกคุณนะ แผนกคุณมี 3 คนและไม่ต้องรับแขกด้วย
           นิสิตฝึกงาน : แล้วผู้จัดการคิดว่าผมไม่มีอย่างอื่นต้องทำเหรอครับ

 

Sponsored Ad

 

ต่อมาทางคณะกรรมการบอก นิสิตสร้างวีรกรรมเพียบ ด่าผู้จัดการ-ด่าฝ่ายบุคคล จนคณะต้องยกกระเช้าขอโทษโรงแรม

    จากนั้น ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กนามว่า จรวยพร ธรณินทร์ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่เผยว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทางอาจารย์ผู้สอนได้เข้ามาชี้แจงทางไลน์ว่า ทางนิสิตเลือกไปฝึกงานที่นี่เอง แต่เมื่อฝึกงานไป 1 อาทิตย์ นิสิตมาขอเปลี่ยนสถานที่ฝึกงาน ทั้งอาจารย์และนิสิตได้พูดคุยกันแต่ไม่ใช่การทำเรื่อง ทางอาจารย์เลยแนะนำว่าเพิ่งอาทิตย์เดียว ฝึกงานไปก่อน และให้ไปคุยกับหน่วยงานให้ชัดเจน นิสิตเลยตัดสินใจไม่เปลี่ยนงาน
    อย่างไรก็ตาม พบว่าวันหนึ่งทางผู้จัดการใช้นิสิต และนิสิตก็ย้อนกลับว่า ให้มาทำเองสิ และตอนเย็นก็ไปชี้หน้าด่าฝ่ายบุคคล ซึ่งทำให้ทางมหาวิทยาลัย ต้องไปพูดคุยกับผู้จัดการเพื่อขอโทษ จึงทำให้ทราบข้อมูลว่า มีลูกค้าของโรงแรมร้องเรียนมาเพิ่มด้วย และนิสิตมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จึงขอส่งตัวนิสิตกลับ
    จากนั้น ทางคณะจึงตั้งกรรมการเพื่อสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น มีการสอบถามกับทางโรงแรม สอบถามนิสิต ให้นิสิตสรุปทำชั่วโมงส่งกรรมการ และผลคือว่า นิสิตต้องฝึกงานใหม่ในปีหน้า เพราะการฝึกงานไม่สมบูรณ์ ส่วนที่นิสิตบอกว่า ติดต่อฝึกงานที่ใหม่แล้ว พบว่านิสิตยังไม่ได้ขอเอกสาร และไม่ได้ทำเรื่องมาที่คณะ และคณะก็ต้องรอผลการพิจารณาด้วย

Sponsored Ad

    ในขณะเดียวกัน ทางนิสิตได้ออกมาตอบกลับความคิดเห็นนี้เช่นกันว่า สาเหตุที่ตนติดต่อขอเปลี่ยนงานตั้งแต่อาทิตย์แรก ก็เพราะว่าโรงแรมใช้งานเกินควร จากที่ทำงาน 8 ชั่วโมง พอทำจริงกลับให้ทำ 10 ชั่วโมง หักเวลาพัก 1 ชั่วโมงออกเหลือทำงานจริง 9 ชั่วโมง
    นอกจากนี้ ลักษณะงานที่ฝึกนั้น ไม่ตรงกับที่นิสิตเรียนมา การที่นิสิตมาฝึกงานที่โรงแรมแห่งนี้ เพราะนิสิตเรียนด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และที่นี่มีแผนกกิจกรรมนันทนาการให้ลูกค้า แต่เมื่อทำงานจริง พบว่านิสิตต้องทำงานกางร่ม หุบร่ม ทำความสะอาดสระว่ายน้ำ ร่อนหินออกจากทราย ปาดทรายให้เรียบ ขัดพื้น ทำความสะอาดพื้น บางวันต้องไปช่วยเสิร์ฟ และในอาทิตย์แรก นิสิตไปทำงาน 7 วันไม่พัก ไม่มีวันหยุด ซ้ำยังเลิกงานเกินเวลาอีก แต่พอไปขอกับทางคณะเพื่อเปลี่ยนสถานที่ฝึกงาน กลับพบว่าทางคณะไม่ยอมให้เปลี่ยน เพราะไม่มีน้ำหนักมากพอ


    นอกจากนี้ ยังมีบางคนที่รู้จักนิสิต ออกมาเสริมว่า เรื่องการทำงานเกินเวลานั้น ทางนิสิตได้ไปขอตกลงกับทาง HR ว่า ถ้าทำงานเกินเวลาแล้ว จะขอฝึกงานจบก่อนเวลาได้ไหม โดยเอาเวลาที่เกินมาคิดทบ ทาง HR คนเก่าก็บอกว่าได้ แต่เมื่อมีการเปลี่ยน HR ข้อตกลงนี้ก็เปลี่ยนไปด้วย

    ในขณะที่บางคนอ้างว่า เป็นเพื่อนกับนิสิตคนดังกล่าว ได้ออกมาเสริมว่า เรื่องที่ผู้จัดการสั่งให้ทำงานแล้วนิสิตไม่ทำนั้น ในความเป็นจริงแล้ว ผู้จัดการได้เข้าไปในห้องเก็บของ กางร่ม แล้วถ่ายรูปร่มมา แล้วมาสั่งให้นิสิตกางร่มแล้วถ่ายรูปร่มกลับมาใหม่ นิสิตมองว่าจะใช้ให้ทำงานซ้ำซ้อนอีกทำไม ในเมื่อนิสิตไม่ได้อยู่ตรงนั้น และเรื่องที่บอกว่าลูกค้าคอมเพลนนิสิตคนนี้ ก็ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง นิสิตเรียกลูกค้าว่า "คุณ" ตลอด ไม่เคยพูดไม่ดีแต่อย่างใด


.

.

    ในโลกโซเชียลเสียงแตกออกเป็นสองฝ่าย นิสิตปากแจ๋วเกินไป หรือ โรงแรมใช้งานเกินควรหรือไม่ จะมีมาตรการอย่างไรที่จะออกมาคุ้มครองแรงงาน นิสิตเองเมื่อถูกใช้ให้ทำงานเกินเวลา เกินหน้าที่ และไม่ตรงกับสายงานที่ได้รับมอบหมาย ก็แสดงออกและขอคำปรึกษาจากทางคณะแล้ว แต่กลับเป็นคณะที่เมินเฉยแล้วไม่ช่วย ปล่อยให้นิสิตต้องเผชิญชะตากรรมลำพัง แถมยังไม่ได้เงินอีก 

    ทุกคนมองแต่เรื่องคนทำงานต้องอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ไม่มองเรื่องที่นิสิตโดนเอาเปรียบจนเกินควร จนสุดท้ายนิสิตก็ไประเบิดใส่ผู้จัดการแทน 

    อย่างไรก็ตาม ก็มีอีกฝั่งที่มองว่า การฝึกงานคือการฝึกเพื่อเข้าสู่โลกของการทำงานจริง ใด ๆ เลยคือ นิสิตไม่ควรไปปากแจ๋วใส่ผู้จัดการ เพราะนี่คือการฝึกการคิดแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกัน การที่นิสิตไปพูดแบบนี้ใส่ผู้จัดการ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเช่นกัน

ที่มา : Facebookkhaosod

บทความที่คุณอาจสนใจ