สรุปดราม่า "นักกีฬาแชมป์โลก" โดนปรับแพ้ หลังได้ "เหรียญทองพาราลิมปิก" อดเงินเกือบ 8 ล้าน เพราะไปแข่งสาย 3 นาที

คอมเมนต์:

ดราม่าเดือดข้ามชาติเลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่ากฎก็ต้องเป็นกฎ คนทำผิดย่อมต้องรับโทษตามนั้น...

    อีกหนึ่งเรื่องราวที่กลายเป็นพี่วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก หลัง นักกีฬา ที่เพิ่งสร้างสถิติโลกและคว้าเหรียญทองพาราลิมปิก แต่สุดท้ายกลับโดนเรียกคืนภายหลัง

    เมื่อวานนี้ คณะกรรมการพาราลิมปิกสากล ตัดสินใจริบเหรียญทอง ทุ่มน้ำหนัก ชาย (เอฟ20) ของ ซิยาด โซลเคฟลี จอมพลังทีมชาติมาเลเซียคืนไป โดยให้เหตุผลว่า.. เจ้าตัวมารายงานตัวลงแข่งช้ากว่าที่กฎกำหนด จนทำให้เกิดดราม่าระดับชาติขึ้นมาทันที

 

Sponsored Ad

 

    โดยเรื่องราวทั้งหมดมีอยู่ว่า มูฮัมมัด  ซิยาด โซลเคฟลี เป็นนักกีฬาตัวแทนของประเทศมาเลเซีย และถือว่าเป็นความหวังของหมู่บ้าน เพราะเจ้าตัวเคยเป็นเจ้าของเหรียญทองทุ่มน้ำหนักสมัยไปแข่งที่ประเทศบราซิลเมื่อปี 2016

    วันที่ต้องลงแข่งเจ้าตัวได้มารายงานตัวที่ห้องประชุมนักกีฬาของสนามกีฬาแห่งชาติกรุงโตเกียวสายไป 3 นาที โดยบอกว่า ไม่ได้ยินเสียงประกาศ ซึ่งหลายคนคิดว่า น่าจะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นมากกว่า แต่ถึงแบบนั้นกรรมการก็ยังอนุโลมให้ลงไปแข่งได้

 

Sponsored Ad

 

    หลังจากลงแข่งเขาก็ดันชนะผู้เข้าแข่งขันคนอื่นทั้งหมด นอกจากคว้าเหรียญทองได้แล้ว เขายังทำลายสถิติโลกด้วย ทำให้คนในประเทศดีใจเป็นอย่างมาก เพราะนี่คือเหรียญทองชิ้นแรกของมาเลเซียในการแข่งขันพาราลิมปิกในครั้งนี้

 

Sponsored Ad

 

    แต่ดีใจอยู่ได้ไม่นานนัก นักกีฬาคนอื่นกลับลุกขึ้นประท้วง โดยให้เหตุผลว่า คนที่ไม่ทำตามกฎและเวลาให้เหรียญทองได้อย่างไร แบบนี้ไม่แฟร์ต่อนักกีฬาคนอื่นที่ทำตามกฎ... จนสุดท้ายกรรมการก็ลงความเห็นว่าให้ริบเหรียญทองคืน

    หลังจากมีดราม่าเกิดขึ้น ชาวมาเลเซียเองก็พาทัวร์ไปลงในทุกช่องทางโซเชียลของพาราลิมปิกทันที โดยตั้งคำถามว่า หากนักกีฬาทำผิดกฎ ทำไมกรรมการถึงให้ลงแข่ง รัฐมนตรีของมาเลเซียเองก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก โดยบอกว่า นี่มันเป็นการปล้นชัยชนะจากนักกีฬา

 

Sponsored Ad

 

    แน่นอนว่า ชาวเน็ตก็ตามไปถล่มนักกีฬายูเครนที่เป็นคนประท้วงในครั้งนี้ โดยดราม่าลุกลามไปจนถึงเรื่อง เที่ยวบิน MH17 ของมาเลเซียแอร์ไลน์ ที่ตกในยูเครนเมื่อหลายปีก่อนว่า โดยยิงจรวด และคราวนี้ก็ยังมายิงเหรียญทองจากนักกีฬามาเลเซียอีก

 

Sponsored Ad

 

    ด้านโฆษกขององค์กรพาราลิมปิก จึงได้ออกมาแถลงว่า ทั้งหมดนี้เกินขึ้นเพราะนักกีฬาทำผิดกฎที่กำหนด กฎก็คือกฎ โดนปรับแพ้ก็เพราะเป็นกฎ ส่วนการกดดันองค์กรหรือนักกีฬาคนอื่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะเรื่องนี้คนที่ผิด คือ นักกีฬาที่ไม่ทำตามกฎต่างหาก (ในประเทศญี่ปุ่นเรื่องการตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญ สายก็คือสาย ไม่มีการอนุโลม)

    แน่นอนว่า การแข่งขันครั้งนี้ จะทำให้ ซิยาด โซลเคฟลี ต้องจดจำไปอีกนาน นอกจากจะเสียแชมป์แล้ว ยังหมดสิทธิ์รับเงิน 7.7 ล้านบาทที่รัฐบาลใช้อัดฉีดนักกีฬาเหรียญทอง ทุกอย่างต้องพังลงไปเพราะการไม่ทำตามกฎและไปสายเพียงแค่ 3 นาที...

ที่มา : ข่าวสด, Taneth Laksanavilas

บทความที่คุณอาจสนใจ