"ตำรวจชั้นผู้น้อย" ส่งข้อความไหว้วาน "ทนายแจม" หลังทำงานคุมม็อบแทบทุกวัน แต่โดนเบี้ยวเบี้ยเลี้ยง

คอมเมนต์:

เป็นอีกเรื่องที่กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ จนติดเทรนทวิตเตอร์

    กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากมี ตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องไปคุมฝูงชน ทักมาขอความช่วยเหลือจากทนายความ เพื่อขอให้ทวงถามค่าเบี้ยเลี้ยงจากการปฏิบัติหน้าที่

    เมื่อวานนี้ ทนายแจม หรือ นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้มีการทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @lawyerJammy โดยได้เปิดเผยว่า...

 

Sponsored Ad

 

    “ตนเองนั้นได้รับข้อความจากตำรวจควบคุมฝูงชนนายหนึ่ง ส่งแชตมาขอความช่วยเหลือเรื่องเบี้ยเลี้ยงสลายม็อบ ว่าตั้งแต่ถูกส่งตัวมาสลายม็อบได้เงินแค่ช่วงแรก แต่หลัง ๆ มาถึงปัจจุบันยังไม่ได้เลย”

 

Sponsored Ad

 

    นอกจากนี้ นายตำรวจท่านนี้ยังบอกอีกว่า ช่วงที่ไปปฎิบัติงานได้แค่ข้าวกิน 3 มื้อ เบี้ยเลี้ยงออกนอกสถานที่ควรจะได้หัวละ 420 บาทต่อวัน กลับถูกหักเหลือแค่ 200 บาท แต่เรื่องไม่ได้มีแค่นั้น เพราะตั้งแต่เริ่มมีม็อบบ่อยขึ้น ยังไม่ได้เงินสักบาท ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยมาก ทำงานทุกวันแทบไม่ได้หยุด 

    โดยหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็ได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในทันที แต่ส่วนใหญ่ชาวเน็ตบางส่วนไม่ได้แสดงความคิดเห็นที่เห็นใจกับนายตำรวจ คฝ. ในเรื่องนี้แต่อย่างใด จนทำให้ #สมน้ําหน้าคฝไม่ได้เบี้ยเลี้ยง ขึ้นเทรดทวิตเตอร์ในทันที 

 

Sponsored Ad

 

บทสนทนาระหว่างทนายและตำรวจชั้นผู้น้อย

    ด้านสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ยืนยันว่ามีการจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้กับตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนาย โดยจะโอนเข้าบัญชีย้อนหลัง ส่วนเบี้ยเลี้ยงเงินสดที่ให้ติดตัววันละ 200 บาท ก็จ่ายจริง หากตำรวจนายใดตกหล่น หรือยังไม่ได้รับ สามารถตรวจสอบย้อนหลังและดำเนินการจ่ายให้

 

Sponsored Ad

 

    ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเกิดจาก คนที่อ้างว่าเป็นตำรวจควบคุมฝูงชน ออกมาโพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก เครือข่ายเพื่อนตำรวจ เป็นภาพ ข้าวผัดใส่กล่อง มีพริกน้ำปลา 1 ถุงเล็กๆ 

    พร้อมข้อความว่า เมื่อคืนก็อันนี้ วันนี้ก็อันนี้ แบบนี้ที่บ้านขาย 15 บาท ไม่ได้บ่นเรื่องกินนะ ตำรวจเป็นผู้อยู่ง่ายกินง่าย แต่แค่อยากรู้ว่าค่าอาหารงบเบิกมาหัวละเท่าไหร่ต่อมื้อ อาหารการกินถึงได้ดูอดสูใจนัก จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ จนติดเทรนทวิตเตอร์

 

Sponsored Ad

 

ความเห็นของชาวเน็ต

.

.

จากโพสต์ต้นฉบับ

ที่มา : @lawyerJammy, เรื่องเล่าเช้านี้

บทความที่คุณอาจสนใจ