อาจารย์ ม.ดัง ยอมรับลูกสาวเรียนไม่เก่ง ทั้งที่ช่วยติวให้สารพัด ต่อจากนี้จะไม่เข้มงวดอีกแล้ว

คอมเมนต์:

พ่อกับแม่เป็นถึงอัจฉริยะ แต่ทำไมลูกสาวกลับเรียนแย่.. "ผมจะทำอะไรได้ล่ะ ถ้าไม่ยอมรับความจริงตรงนี้"

    "ผลการเรียนนั้น" จะว่าไม่สำคัญก็ไม่ใช่ จะว่าสำคัญที่สุดก็ไม่เชิง มันก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนว่าจะสามารถนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง แต่แน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคนก็หวังให้ลูกได้คะแนนที่ดี ได้เกรดเฉลี่ยน 4.00 ตลอดเพื่อเป็นหน้าเป็นตาในสังคม แต่ทว่ากลับมีลูกของบุคคลระดับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชื่อดังไม่ได้เรียนเก่งอะไรขนาดนั้นสิ

    สื่อนอกเผยประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นกับรองศาสตราจารย์บัณฑิตวิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (มหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน) Ding Yanqing (丁延慶) ที่กลายเป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดียจีนไปเมื่อไม่นานมานี้ 

 

Sponsored Ad

 

    โดยเขาได้พูดคุยถึงเรื่องการเคี่ยวเข็นลูกสาวของตนเองที่ไม่สามารถพัฒนาให้มีผลการเรียนที่ดีขึ้นได้ แม้ว่าลูกสาวของเขาจะเรียนอยู่ในโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยปักกิ่งก็ตาม (Peking University Primary School) แต่มีผลการเรียนของลูกสาวก็อยู่อันดับสุดท้ายของห้องเสมอ ทั้งที่คุณพ่อคนนี้พยายามเข้มงวด ช่วยติวหนังสือให้ลูกสาวทุกวัน คอยให้การบ้านเพิ่มเพื่อฝึกฝนหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ดีขึ้นเลย

 

Sponsored Ad

 

    โดยอาจารย์ท่านนี้เปิดเผยว่า ตนและภรรยาต่างเรียนจบจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งด้วยกันทั้งคู่ เรื่องเรียนเก่งนั้นไม่ต้องพูดถึง ถึงขั้นบอกว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะเพราะว่าสามารถจำคำศัพท์ภาษาจีนในพจนานุกรมได้ตั้งแต่ 6 ขวบ 

    แต่พอมาถึงรุ่นลูกสาวกลับมีผลการเรียนที่แย่ ๆ และไม่ดีเลย ไม่โดดเด่นดีเลิศเหมือนอย่างพ่อแม่ ซึ่งเป็นความจริงที่เขาปฏิเสธไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจารย์บอกเพิ่มเติมว่า “ลูกสาวของผมไม่ได้เป็นเด็กที่เลิศเลออะไร ไอคิวของเธอนั้นห่างไกลกับเราทั้งสองคนมาก ผมจะทำอะไรได้ล่ะ ถ้าไม่ยอมรับความจริงตรงนี้ ?”

 

Sponsored Ad

 

    จนในที่สุดอาจารย์ก็ถอดใจ หยุดใช้วิธีกดดันและอัดแน่นให้ลูกสาวเรียน ๆ ๆ แต่เลือกที่จะสนับสนุนจุดแข็งด้านอื่น ๆ ของลูกสาวมากกว่า จริงอยู่ที่การช่วยติวหนังสือของพ่อช่วยทำให้ลูกมีผลการเรียนดีขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอาการขี้กังวล และซึมเศร้าเพราะการกดดันลูกมากเกินไปจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างลูกกับพ่อถดถอยลงไปนะ

 

Sponsored Ad

 

    อาจาย์ยังกล่าวอีกว่า “เด็กทุกคนมีความพิเศษในตัวเอง ในฐานะพ่อแม่ เราไม่สามารถใช้วิธีการเดียวกันเพื่อไปวัดกับเด็กทุกคนไม่ได้หรอก”

    อาจารย์เชื่อว่า วิธีที่ดีกว่าก็คือการค้นหาและพัฒนาจุดแข็งของเด็กที่มีอยู่ในตัวอยู่แล้ว ถึงจะเรียนไม่เก่ง แต่ก็ยังสามารถทำคุณประโยชน์ให้สังคมในด้านที่ถนัดได้

    หลังจากที่คลิปความคิดของอาจารย์ได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็มีชาวเน็ตจำนวนมากให้ความสนใจ จนมียอดผู้รับชมสูงกว่า 470 ล้านครั้งแล้ว ซึ่งชาวเน็ตต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นพร้อมกับชื่นชมในแนวคิดของอาจารย์ ซึ่งทำให้พอได้รับรู้บ้างว่าขนาดอาจารย์ในมหาวิทยาลัยชื่อดัง ยังเจอปัญหาแบบนี้เหมือนกับพ่อแม่ที่เป็นชาวบ้านทั่วไปเลย และก็มีหลายคนเห็นด้วยว่านี่คือความจริงที่เกิดขึ้นในสังคม

 

Sponsored Ad

 

    ในขณะที่บางส่วนเองก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่อาจารย์พูด ในช่วงที่ปล่อยผ่านเรื่องผลการเรียน เพราะการพูดนั้นง่าย แต่ทำได้ยากสำหรับพ่อแม่อีกหลายคนในประเทศจีน ที่มักจะเข็มงวดเคี่ยวเข็นบุตรหลานของตัวเองให้เรียนดีเพื่อไปใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ และเชื่อว่าจะเป็นใบเบิกทางสู่หน้าที่การงานที่ดีในอนาคต จึงทำให้เกิดมีการแสดงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาเป็นสองฝ่ายนั่นเอง

ชมคลิป >>> กดตรงนี้ คลิก <<<

ที่มา : scmpweibo

บทความที่คุณอาจสนใจ