สาวสุดท้อ คบกับแฟนมา 7 ปี มองไม่เห็นอนาคต แฟนไม่ทำงานทำการ ควรพอหรือฝืนไปต่อ

คอมเมนต์:

"...เรามีความคิดที่ว่าอยากเลิกอยู่นะคะ แต่ก็เพราะรัก ก็เลยไม่อยากเลิก มันทั้งรักทั้งทุกข์ในเวลาเดียวกัน เราไม่รู้ว่าต้องทำยังไง มันตันไปหมด" สาวเจ้าของกระทู้กล่าว

    ปัญหาของชีวิตรักนั้น เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยๆ เนื่องจากคนสองคนที่ถูกเลี้ยงดูมาคนละแบบ เมื่อต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องมีบางอย่างที่เห็นไม่ตรงกัน และนานวันเข้าหากไม่ได้รับการแก้ไข ก็อาจทำให้ฝ่ายหนึ่งที่พยายามมาตลอดต้องท้อใจได้

    สมาชิกพันทิปรายหนึ่ง ออกมาโพสต์กระทู้ว่า "คบกับแฟนมา7ปี มองไม่เห็นอนาคต แฟนไม่ทำงานทำการ ควรพอหรือฝืนไปต่อ" โดยเธอเล่าว่า เธอกับแฟนคบกันมา 7 ปีแล้ว แฟนนิสัยโอเค ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่มีเรื่องผู้หญิงให้ปวดหัว แต่ที่ไม่โอเคสุดๆ เลยคือ ขาดความกระตือรือร้น ขาดเป้าหมายในชีวิต ไม่มีความทะเยอทะยาน ไม่หางานทำ ไม่มีเงินเก็บ และไม่มีความคิดที่จะหางานทำ

 

Sponsored Ad

 

    "ตอนแรกแฟนเราทำงานสายข้าราชการค่ะ แต่ทำไม่กี่เดือนก็ลาออก เพราะมีปัญหากับที่ทำงาน บวกกับตอนนั้นเรียน ป.โท ช่วงเสาร์อาทิตย์ แฟนเราทำทั้ง 2 อย่างไม่ไหวก็เลยลาออกค่ะ ตอนนั้นเราก็เข้าใจได้นะว่าทำงาน 5 วัน เรียนอีก 2 วัน มันถือว่าหนักพอสมควรเลยไม่ได้คิดอะไร พอเรียนจบเราก็หางานทำตามปกติ สมัครที่นู้นที่นี่เยอะแยะไปหมด แต่แตกต่างจากแฟนของเราที่ไม่กระตือรือร้นหางานทำเลย ไม่ใช่ว่าแฟนเราไม่หางานทำนะคะ ก็หาแหล่ะตามเว็บจ็อบต่างๆ ที่เราแนะนำไป แต่ก็ไม่ได้มีที่ไหนติดต่อมา

 

Sponsored Ad

 

    แฟนเราเป็นพวกออกแนวอีโก้สูงนิดๆ (เรียกว่าอีโก้ได้มั้ยนะ) แบบว่า เรากับแฟนจบ ป.โท ทั้งคู่ แต่ตอนที่เราสมัครหางานทำเราจะยื่นวุฒิ ป.ตรี เสมอเพราะเราไม่มีประสบการณ์การทำงานเลย ถ้ายื่น ป.โท ไปทั้งๆ ที่ประสบการณ์การทำงานเป็นศูนย์มันก็ยังไงๆ อยู่ใช่มั้ยคะ แต่กับแฟนเรา ไม่ว่าจะสมัครงานที่ไหนก็มักจะยื่นวุฒิ ป.โท เสมอ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานจริงๆ คือไม่กี่เดือนเท่านั้นค่ะ มันก็เลยอาจเป็นเหตุผลที่แฟนเราหางานทำไม่ได้ แล้วแฟนเราก็เป็นคนประเภทที่ว่างานหนักไม่เอา งานเบาไม่สู้ อยากทำงานนั่งโต๊ะ งานด้านเอกสาร แต่ไม่ชอบงานราชการ ไม่อยากทำงานที่ใช้แรงงาน เช่น แบกของ หรือจัดเรียงของหรืองานอะไรแบบนั้นในร้านสะดวกซื้อ สรุปสั้นๆคือ อยากทำงานที่มันสบาย ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่มีงานไหนที่สบายหรอกค่ะจริงมั้ยคะ"

 

Sponsored Ad

 

    "จนตอนนี้ เราทำงานมาทั้งหมด 3 ที่ ประสบการณ์การทำงานก็ถือว่าโอเคนะคะ เพราะแต่ละงานที่ทำไม่เหมือนกันซักงานเลย ส่วนแฟนเรา จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้หางานทำ เราเคยคุยกับแฟนอย่างจริงจังนะคะว่ามันจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้นะ ทำแบบนี้เราจะสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้หรอ เพราะเงินก็เป็นปัจจัยที่โคตรจะสำคัญในการใช้ชีวิต แฟนเราก็ตอบแต่ว่าก็หาแล้วมันไม่ได้  สุดท้ายแฟนเราก็ยอมลดอีโก้ไปทำงานเป็นพนงร้านนึงในห้างแต่ก็ทำได้อาทิตย์เดียวก็ลาออก เราก็แบบว่า อืมม ไม่เป็นไรนะ ไว้ลองหางานอื่นดู แต่เหมือนแฟนเราคงไม่คิดหางานทำแล้วน่ะค่ะ เพราะมีเหตุผลเพิ่มมาอีกข้อนึงคือ ไม่อยากทำงานที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับคนเยอะๆ 

 

Sponsored Ad

 

    เราก็พยายามคิดในแง่ดี ช่วยหางานที่ไม่ต้องไปยุ่งกับใคร งานที่ทำงานที่บ้าน แต่มันก็มีแต่งานประเภทโปรแกรม กราฟฟิก ซึ่งแฟนเราไม่ได้จบสายนั้นมา สุดท้ายเราก็จับแฟนมานั่งคุยกันอีก ว่าจะอะไรยังไง ผผลสรุปคือแฟนเราอยากทำงานเป็นนายตัวเอง ซึ่งก็คือขายของ เรื่องขายของเราไม่ซีเรียสนะเพราะเราเคยทำงานเกี่ยวกับการขายของมาก่อน ดังนั้นการแบบนี้ง่ายมากสำหรับเรา แต่สำหรับแฟนเรา ไม่เคยทำงานอะไรแบบนี้ ก็น่าจะยากหน่อยๆ"

    "อันที่จริง ครอบครัวเราไม่ได้ชอบแฟนเราขนาดนั้นนะคะ ก็เพราะเรื่องอะไรแบบนี้นี่แหล่ะที่เป็นปัญหา เราก็มานั่งปรึกษากับครอบครัวมาบ้างแล้ว ทางที่ครอบครัวเราแนะนำมาคือให้เลิกค่ะ เราก็คิดแล้วคิดอีกเหมือนกันว่าจะยุติความสัมพันธ์ดีมั้ย เพราะเอาจริงๆเราก็เหนื่อยกับเรื่องแบบนี้มากๆ เวลาไปเที่ยว เรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด คนที่ออกคือเรานะคะ เป็นเราทุกครั้ง แฟนเรามีช่วยออกค่าห้องพักบ้าง แต่ค่ากินค่าอยู่ เราออกค่ะ มันเป็นฟีลแบบว่า ถามว่ารักมั้ย รักนะ แต่จะให้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดแบบนี้ มันก็ไม่ไหว 

 

Sponsored Ad

 

    ตอนนี้เรามีความคิดที่ว่าอยากเลิกอยู่นะคะ แต่ก็เพราะรัก ก็เลยไม่อยากเลิก มันทั้งรักทั้งทุกข์ในเวลาเดียวกันเลยค่ะ เราไม่รู้ว่าต้องทำยังไง มันตันไปหมด แต่เราก็อยากลองให้โอกาสแฟนนะคะ ก็เลยตัดสินใจกันว่า จะลงทุนกันคนละครึ่งเพื่อขายของ เพื่อดูว่ามันจะไปรอดมั้ย ไปรอดมั้ยนี่คือหมายถึงการขายของด้วย แฟนเราด้วย อืมม ไม่รู้สิคะ เราคิดอะไรไม่ออกเลยตอนนี้ เพราะทางบ้านเราก็กดดันเราเรื่องการแต่งงาน การสร้างครอบครัว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แฟนเราไม่พร้อมอะไรเลยค่ะ เรื่องการแต่งงานเราเคยถามแฟนนะว่าในอนาคตเธอมีเราอยู่ด้วยรึเปล่า แฟนเราตอบว่ามี แฟนเราบอกว่าอยากแต่งงานกับเรานะ แต่! ถ้าการแต่งงานมันยุ่งยากมาก ดูวุ่นวายมาก เขาก็จะไม่แต่ง เรารู้สึกเฟลนะคะกับคำตอบแบบนั้น แฟนเราเป็นคนที่อะไรที่ยุ่ง วุ่นวาย จุกจิก จะไม่เอาทันที อย่างการแต่งงานมันต้องมีเรื่องของการดูฤกษ์ยาม หาสถานที่จัดงาน มีนัดพระมาสวด อะไรประมาณนั้น ซึ่งแฟนเราไม่เอาเลยค่ะ เราก็ได้แต่คิดแล้วคิดอีกแหล่ะว่าอนาคตเราจะสามารถฝากและใช้ชีวิตกับคนๆนี้ได้มั้ย เพราะดูทรงแล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันซักอย่างค่ะ"

 

Sponsored Ad

 

    "เรายินดีรับฟังความเห็นของทุกคนนะคะ และหวังว่าทุกคนจะไม่แสดงความคิดเห็นที่รุนแรงเกินไป พูดคุยกันด้วยเหตุและผลนะคะ แค่นี้เราก็ปวดหัว ว้าวุ้นใจจะแย่แล้ว ทางซ้ายก็แฟน ทางขวาก็ครอบครัว เศร้าใจไปหมดค่ะ ป.ล. เรากับแฟนอายุ 29"

    เมื่อกระทู้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีหลายความคิดเห็นเข้ามาช่วยกันแนะนำเจ้าของกระทู้ หลายคนบอกว่า ถึงจะบอกให้เลิกตอนนี้ สาวคนนี้คงยังไม่เลิกแน่นอน ซึ่งในที่สุดแล้วก็คงต้องรอให้เธอตาสว่าง ว่าสิ่งที่สำคัญในชีวิตของเธอคืออะไร

ความคิดเห็นชาวเน็ต

ที่มา : pantip

บทความที่คุณอาจสนใจ