"พ่อน้องเตย" โร่แจ้งสาเหตุที่ไม่ได้ส่งเสียลูก ดีใจลูกได้รับการช่วยเหลือ ลั่นไม่ขอยุ่งเงินบริจาค

คอมเมนต์:

#พ่อน้องเตย แจงสาเหตุไม่ได้ส่งเงินให้ลูก ไม่โกรธที่แม่บอกว่าทิ้งลูกไว้ตั้งแต่อายุได้ 8 วัน ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง คิดว่าแม่อาจจะสับสน เพราะแก่แล้ว

    จากกรณีคลิปน้องเตย ด.ญ.4 ขวบ ชั้นอนุบาล 2 กำลังล้างจาน ดูแลคุณย่า วัย 68 ปีที่พิการตาบอดทั้งสองข้างตามลำพัง จนกลายไปไวรัลข่าวดัง ได้รับธารน้ำใจจากคนไทยทั้งประเทศ ล่าสุดทางด้านพ่อน้องเตย ได้ออกมาเปิดใจหลังโดนกระแสโจมตีอย่างหนัก ยืนยันไม่เคยทิ้งลูก ดีลูกได้รับการช่วยเหลือ ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเงินบริจาค เตรียมกลับไปหาลูกสาววันหยุดยาว เดือนส.ค

    ล่าสุด นายศักดิ์สยาม อายุ 33 ปี พ่อของน้องเตย ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ตนและแม่น้องเตย ไม่ได้หย่าร้างกันและยังพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ปัจจุบันทำงานในบริษัทผลิตยางรถยนต์แห่งหนึ่งที่ จ.ระยอง ยืนยันว่าตนไม่เคยทอดทิ้งลูก

 

Sponsored Ad

 

    ส่วนที่มีข่าวเสนอออกไปว่า ตนไม่เคยกลับไปเยี่ยมลูกสาวและแม่เลย ซึ่งความจริงแล้ว ตนและแม่ของน้องเตย เพิ่งเดินทางกลับไปหาน้องเตย ในช่วงเลือกตั้งส.ส. เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมานี้เอง 

    ส่วนเรื่องเงิน ตนยอมรับว่า ตั้งแต่เกิดโควิด ก็ไม่ได้ส่งเงินไปช่วยเหลือเลย เพราะมีภาระทั้งค่าผ่อนรถ ค่าเช่าบ้าน จึงไม่พอต่อการส่งไปช่วยเหลือ แต่ก็เตรียมจะส่งเงินไปช่วยเหลือในเดือนต.ค.นี้ หลังผ่อนรถหมดแล้ว และตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมหาลูกสาวและแม่ในช่วงหยุดยาววันแม่ เดือน ส.ค.นี้

 

Sponsored Ad

 

    ส่วนประเด็นที่แม่ออกมาให้สัมภาษณ์บอกว่า ตนทิ้งลูกไว้ตั้งแต่อายุได้ 8 วัน ยืนยันว่าไม่ใช่ ลูกสาวเกิดที่โรงพยาบาลศิริราช ตนและภรรยาเลี้ยงลูกเองจนถึง 8-9 เดือน ซึ่งตอนช่วงที่น้องเตยอายุ 6-7เดือน ตนก็รับย่าจากบุรีรัมย์มาอยู่ด้วย ให้มาช่วยเลี้ยงน้องเตยที่กรุงเทพ 

    ตนไม่คิดโกรธแม่ที่ให้สัมภาษณ์ออกไปแบบนั้น เพราะคิดว่าแม่อาจจะจำสับสน เพราะย่ามีหลาน 2 คน คนโตเป็นผู้ชาย เป็นลูกของพี่ชาย ส่วนคนเล็กก็คือน้องเตย คิดว่าแม่อายุเยอะแล้ว อาจจะเกิดความสับสน เพราะลูกพี่ชายเอามาให้แม่เลี้ยงตั้งแต่เด็กน้อย

 

Sponsored Ad

 

    นายศักดิ์สยาม ยังเผยอีกว่า ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ครูอุ้ม ที่เป็นจุดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้คนมาช่วยเหลือ บริจาคเงินล้นหลาม และพูดด้วยเกียรติของผมว่า ผมจะทำงานปกติของผมและจะไม่ขอยุ่งกับยอดเงินบริจาคทั้ง แค่เห็นแม่และลูกสาวมีคนช่วยเหลือ แค่นี้ก็ดีใจแล้ว โดยเฉพาะน้องเตยที่จะได้เรียนสูง ๆ 

    พร้อมกับวอนสังคมเข้าใจ เพราะรายได้ไม่เพียงพอ จึงทำให้ไม่สามารถส่งเงินไปให้น้องเตยและแม่ได้ ตนและภรรยาก็เหมือนกับพ่อแม่ทุกคน ที่ต้องรักลูกและเป็นห่วงลูกอยู่แล้ว แต่ด้วยความยากจน เงินเดือนที่ได้ก็แค่มีใช้เพียงเดือนชนเดือนเท่านั้น จึงขอให้สังคมเข้าใจด้วย และย้ำว่าจะไม่ขอยุ่งยอดเงินบริจาคแม้แต่บาทเดียว ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

ที่มา : khaosod, เรื่องเล่าเช้านี้

บทความที่คุณอาจสนใจ