2 คู่รักวัยรุ่น ตั้งใจเก็บเงินเพื่ออนาคตลูก แต่กลับถูกมองเป็นคนไม่ดี เพราะสักเต็มตัว

คอมเมนต์:

ถึงมีไม่มากแต่เก็บเพื่อลูก! 2 สามีภรรยาวัยรุ่น ตั้งใจเก็บเงิน เพื่ออนาคตของลูก ๆ

หมายเหตุ : สามารถรับชมคลิปเต็มได้ที่ด้านล่างบทความค่ะ

        เชื่อว่าความรู้สึกของคนที่กำลังจะเป็นพ่อแม่ วินาทีแรกที่รู้ว่ามีเจ้าตัวเล็กกำลังเติบโตในท้องของเรา แม้ว่าไม่เคยเห็นหน้า แต่ก็รู้สึกได้ถึงความรัก ความรู้สึกอยากปกป้อง อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ และอยากที่จะเตรียมความพร้อมให้กับอนาคตของลูกที่อาจจะต้องดูแลตนเองในวันที่ไม่มีพ่อหรือแม่อยู่ข้าง ๆ

        และเชื่อพ่อแม่ทุกคนย่อมปรารถนาให้ลูกมีอนาคตที่ดี จึงต้องวางแผนเรื่องต่าง ๆ เอาไว้ตั้งแต่ลูกยังเล็ก สิ่งหนึ่งก็คือ "การเก็บเงิน" เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและทุนการศึกษาให้ลูกนั่นเอง เพราะยิ่งเริ่มออมเร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสทำให้เงินงอกเงยได้มากขึ้น ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต

 

Sponsored Ad

 

        เช่นเดียวกับผู้ใช้เฟซบุ๊ก ฤทธิเดช นิลเกตุ ที่เมื่อไม่นานมานี้เจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมคลิปวิดีโอขณะกำลังนั่งนับเงินที่ตั้งใจเก็บไว้ให้ลูก ๆ

        โดยผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า "กว่าจะนับเสร็จ เงินของลูกลูกปีก่อน ๆ สรุปยอดได้ 365,000 หูยสุดยอด เก็บต่อไป อนาคตทั้งนั้น มีน้อยเก็บน้อยมีมากเก็บมาก ขยัน อดออม ซักวันก็สบาย แค่อยากให้เพื่อนมนุษย์ รู้จักเก็บออม"

 

Sponsored Ad

 

.

        และเมื่อมีชาวเน็ตเข้าไปขอวิธีการเก็บเงิน ภรรยาของผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวก็ได้เผยว่า วันไหนหามาได้มากก็เก็บมาก วันไหนหาเงินได้น้อยก็เก็บน้อย แต่สิ่งสำคัญคือ "ต้องเก็บทุกวันให้เป็นนิสัย"

 

Sponsored Ad

 

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิ๊ก !!!! <<<

        ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความชื่นชมในความตั้งใจของผู้เป็นพ่อและแม่ที่คิดการไกลและรู้จักวางแผนถึงอนาคตของลูก แต่ก็ไม่วายมีชาวเน็ตบางกลุ่มได้ตั้งคำถามว่าทำงานอะไรทำไมถึงเก็บเงินได้มากมายในระยะเวลาอันรวดเร็วขนาดนี้ พร้อมกับมีคอมเมนต์ที่พาดพิงไปถึงรอยสักของผู้โพสต์

        จนกระทั่งล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านดังกล่าวได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า "ถ้าจะมองคนเลวเพราะรอยสัก ผมคงเลวครับ ผมแค่อยากให้กำลังใจตัวเอง และลงไว้เตือนสติตัวเอง ว่าเงินมันหายาก ถึงผมจะสัก เกิดมาผมก็ไม่เคยติดคุกครับ คนเราดีที่หัวใจไม่ใช่ สักแล้วต้องเลวครับ"

ที่มา : เฟซบุ๊ก ฤทธิเดช นิลเกตุ

บทความแนะนำ More +

บทความที่คุณอาจสนใจ